5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Digital Marketing

in
5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Digital Marketing

การทำธุรกิจในยุคนี้ “Digital Marketing” เป็นคำที่เรามักได้ยินกันแบบหนาหู เพราะใครๆต่างก็หันมาทำการตลาดดิจิทัลกันหมด

แต่คุณเชื่อมั้ยครับว่า ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำ Digital Marketing อยู่เยอะมาก

ซึ่งความเข้าใจผิดเหล่านี้ อาจทำให้วิสัยทัศน์ในการพัฒนาสิ่งต่างๆ แคบลง หรือทำให้ธุรกิจเดินไปผิดทางเอาง่ายๆ

วันนี้ผมจึงอยากหยิบยก 5 เรื่องใหญ่ๆ ที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Digital Marketing มาเล่าสู่กันฟังครับ

ความเข้าใจผิดที่ 1 : Digital Marketing กับ Social Media Marketing เป็นสิ่งเดียวกัน

ข้อนี้น่าจะเป็นข้อที่มีคนเข้าใจผิดกันค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวครับว่า

แค่ธุรกิจมี Facebook Fanpage หรือการลงโฆษณาใน Facebook คือการทำ Digital Marketing แบบเต็มตัวแล้ว

แต่ความเป็นจริงคือ การใช้ social media ในการทำการตลาด เป็นเพียง “ส่วนหนึ่ง” ในการทำ Digital Marketing เท่านั้นเองครับ

เพราะการทำ Digital Marketing จริงๆแล้ว มันกว้างกว่านั้นมาก

ซึ่งถ้ามองแค่ในแง่ของการสื่อสารการตลาด มันรวมตั้งแต่ การทำ Website / Banner Ad / การทำการตลาดผ่านเครื่องมือค้นหาบนอินเตอร์เน็ต (Search Marketing) / Email Marketing / E-book / Digital Content / Social Media Marketing ซึ่งครอบคลุมหลาย platform เช่น Facebook, Instagram, Line, Youtube, Pinterest, Linkedin, Twitter ฯลฯ

คือเฉพาะแค่ในมุมของการสื่อสารการตลาดอย่างเดียว มันก็กว้างใหญ่ไพศาลกว่า social media marketing หลายเบอร์แล้วล่ะครับ

ความเข้าใจผิดที่ 2 : Digital Marketing ต้องทำบนโลก online เท่านั้น

ด้วยความที่ยุคสมัยนี้ทุกคนสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลาผ่าน smartphone ในมือ การทำการตลาดเพื่อเชื่อมต่อกับผู้บริโภคบนโลกออนไลน์ก็มีมากขึ้นตามไปด้วย จนหลายคนมักเข้าใจกันว่า Digital Marketing กับ Online Marketing นั้นเป็นสิ่งเดียวกัน

แต่ในความเป็นจริงแล้ว Digital Marketing
“ไม่จำเป็นต้องทำบนโลกออนไลน์เสมอไปครับ”

เพราะในความหมายอย่างกว้างของมันคือ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยให้การทำการตลาดมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เพราะฉะนั้น เราสามารถนำเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาช่วยในการทำการตลาดออฟไลน์ได้เช่นกัน

เช่น ป้ายโฆษณาดิจิทัลที่เราเห็นกันตามท้องถนน

ร้านอาหารที่อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถสั่งอาหารผ่าน tablet ได้

การนำเสนอสินค้าให้ตื่นตาตื่นใจมากขึ้นผ่านเทคโนโลยีที่แสดงภาพเสมือนจำลองเข้าสู่โลกจริง (Augmented Reality) เป็นต้น

ซึ่งจะเห็นได้ว่าเทคโลยีเหล่านี้ ช่วยให้การทำการตลาดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ การนำเสนอสินค้า ไปจนถึงการปิดการขาย รวมถึงช่วยสร้างประสบการณ์แก่ผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น ไม่เว้นแม้แต่บนโลกออฟไลน์ครับ

ความเข้าใจผิดที่ 3 : Digital Marketing ทำยากและใช้เงินเยอะ เหมาะกับธุรกิจใหญ่ๆ เท่านั้น

ข้อนี้เป็นความเข้าใจผิดอันใหญ่หลวงเลยล่ะครับ

แม้จะจริงที่ถ้าหากธุรกิจต้องการทำการตลาดดิจิทัลจะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมในหลายๆด้าน แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่ามันยากและต้องใช้ทรัพยากรมากมายเกินกว่าที่ SMEs จะทำได้

ที่สำคัญ เทคโนโลยีมอบโอกาสให้ SMEs แบบที่ในอดีตไม่เคยได้รับมาก่อน

เช่น ให้โอกาสในการเข้าถึงลูกค้าตัวเป็นๆ แบบที่ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน

ให้โอกาสในการเข้าถึงข้อมูลมากมายมหาศาล แบบที่แต่ก่อนไม่เคยได้ล่วงรู้

ให้โอกาสในการเลือกใช้สื่อได้อย่างหลากหลายในต้นทุนที่ไม่สูง จากแต่ก่อนที่ต้องทุนเยอะมาก กว่าจะสามารถเข้าถึงสื่อใหญ่ๆอย่างทีวีหรือวิทยุได้

ให้โอกาสในการเข้าถึง influencer ได้ไม่ยาก จากที่แต่ก่อนการจ้างดาราเป็นเพียงแค่ฝันไป

เพราะฉะนั้นแล้วผมการันตีเลยว่า Digital Marketing นั้นไม่ได้เปิดโอกาสให้เฉพาะกับแบรนด์ใหญ่ๆแน่นอนครับ

ความเข้าใจผิดที่ 4: Digital Marketing ทำง่ายๆ ใครก็ทำได้

ความเข้าใจผิดนี้ ตรงกันข้ามกับข้อที่แล้วโดยสิ้นเชิง แถมมีคนเข้าใจผิดแบบนี้เป็นจำนวนมากเสียด้วย

สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะหลายคนมองว่าการทำ Digital Marketing เป็นเพียงแค่การโพสต์ขายของออนไลน์ ใครๆก็เปิดเพจได้ ใครๆก็ลง Ad ได้

แต่อย่างที่บอกไปในตอนต้นครับว่า #มันไม่ใช่แค่นั้น

ยิ่งการทำการตลาดดิจิทัลมีความหลากหลายมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีเรื่องที่เราต้องเรียนรู้มากขึ้นเท่านั้น

อย่างน้อยที่สุด คุณต้องเรียนรู้ให้ได้ก่อนว่า สื่อดิจิทัล หรือแฟลตฟอร์มต่างๆ ที่คุณมีอยู่ในมือเนี่ย มันสามารถทำอะไรได้บ้าง

แค่ Facebook แฟลตฟอร์มเดียว ยังมีเรื่องที่เราต้องเรียนรู้เกี่ยวกับมันอย่างไม่รู้จบ

และอย่างที่ผมย้ำอยู่เสมอนะครับว่าความรู้แบบ มวยวัด รู้แบบงูๆปลาๆ ไม่สามารถช่วยให้คุณชนะบนสังเวียนที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือดนี้ได้อีกต่อไป

คุณต้องเรียนรู้ว่าจะทำอย่างไรที่จะดึงประสิทธิภาพของเครื่องมือที่คุณมีออกมาให้ได้มากที่สุด ประกอบกับต้องมีการวางแผนทางการตลาด วางกลยุทธ์ ลงมือทำ ทดสอบ วัดผล ปรับปรุง เป็นระบบอย่างนี้เสมอ

ซึ่งคุณคงมองภาพออกใช่มั้ยครับว่า มันไม่ใช่แค่การโพสต์ขายของหมูๆ เขียนแคปชั่นคมๆ แล้วบอกว่านั่นคือการทำ Digital Marketing มันไม่ง่ายขนาดนั้น

ความเข้าใจผิดที่ 5: Digital Marketing ไม่สามารถนำแนวคิดแบบ Traditional Marketing มาใช้ได้

ข้อนี้ผมขอให้มุมมองส่วนตัวนิดนึงนะครับ
จริงอยู่ที่การทำการตลาดสมัยนี้ มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปจากแต่ก่อนค่อนข้างมาก

แต่ผมมองว่าทั้ง Digital Marketing และ Traditional Marketing นั้นมีแนวคิดพื้นฐานหลักที่มีความใกล้เคียงกัน

มีหัวใจสำคัญเหมือนกัน นั่นคือ ความพยายามที่จะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และหวังที่จะสร้างผลกำไรให้กับธุรกิจ

มีการใช้แนวคิด และทฤษฎีทางการตลาดพื้นฐานที่คล้ายคลึงกัน โดยหลายโมเดล หลายแนวคิดที่ใช้ในปัจจุบันก็เป็นการพัฒนามาจากโมเดลดั้งเดิมที่เราใช้กันมาอย่างยาวนาน

และในหลายๆโอกาส เราก็จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ในการทำการตลาดทั้งแบบเก่าและแบบใหม่นี้ผสมผสานกัน จึงจะสามารถสร้างผลลัพธ์ทางการตลาดที่ดีที่สุดได้

ผมจึงไม่อยากให้มองว่าแนวคิดที่ใช้ใน traditional marketing เป็นเรื่องล้าสมัยและไม่สามารถนำมาปรับใช้กับยุคดิจิทัลได้ เพราะจริงๆแล้ว ฐานความรู้ที่พวกเรามีในวันนี้ ส่วนใหญ่ก็พัฒนามาจากองค์ความรู้เดิมแทบทั้งสิ้น

ซึ่งผมว่าประเด็นที่เราต้องใส่ใจให้หนัก กลับไม่ใช่เรื่องที่ว่าความรู้ที่จะนำมาใช้มันเก่าหรือใหม่ แต่คือ การที่เราต้องหมั่นเรียนรู้และปรับตัวให้ทันต่อ “การเปลี่ยนแปลง” ในยุคดิจิทัลแบบนี้มากกว่า เพราะสภาพแวดล้อมมันเปลี่ยนไปไวมาก

อยากฝากไว้บบนี้นะครับ

  • เราต้องเรียนรู้และศึกษาการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล
  • เราต้องเรียนรู้สื่อใหม่ๆ แพลตฟอร์มใหม่ๆ ไปจนถึง format ของคอนเทนต์ใหม่ๆ และเลือกมาปรับใช้ให้เหมาะกับธุรกิจ
  • เราต้องเรียนรู้ที่จะใช้เทคโนโลยี และข้อมูลเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพในการทำการตลาดให้มันดียิ่งขึ้น
  • ฐานความรู้ในการทำการตลาดแบบ traditional จะมีประโยชน์กับคุณแน่นอน หากคุณรู้จักนำมันไปบูรณาการเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปและองค์ความรู้ใหม่ๆที่เพิ่มเข้ามา

ยังไงลองทบทวนกันดูนะครับว่า ถ้าวันนี้คุณกำลังทำหรืออยากทำ Digital Marketing คุณเข้าใจมันดีหรือยัง?

เพราะความเข้าใจเป็นพื้นฐานที่สำคัญมาก ในการต่อยอดไปสู่เป้าหมาย ถ้าเข้าใจไม่ถูกตั้งแต่ต้น โอกาสที่จะเดินไปผิดทางก็ยิ่งสูง ลองตั้งลำกันใหม่ดูนะครับ

#MaxideaMarketingTips
#MaxideaStudio