“Daily Budget VS Lifetime Budget” กำหนดงบแบบไหนดีกว่ากัน?

in
“Daily Budget VS Lifetime Budget” กำหนดงบแบบไหนดีกว่ากัน?

เมื่อพูดถึงการโฆษณาบน Facebook เรื่องแรกๆ ที่เราต้องต้องคำนึงถึงเลยก็คือ “งบประมาณ (Budget)” ที่เราจะใช้ในการทำโฆษณา 

บอกก่อนเลยนะครับว่าบทความวันนี้ สำหรับใครก็ตามที่ตอนนี้กำลังทำโฆษณาบน Facebook ในสไตล์ที่คิดว่า แค่โยนๆเงินค่าโฆษณาเข้าไปเสร็จแล้วก็จบ คุณควรตั้งใจอ่านเป็นอย่างยิ่ง

เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมากนะครับ เพราะถ้าคุณไม่ได้วางแผนเรื่องงบประมาณให้รัดกุมก่อนเริ่มทำโฆษณา โอกาสเสียเงินเปล่ามันก็เริ่มมีสัญญาณมาให้เห็นลางๆ แล้วล่ะครับ55+

เริ่มต้นเกี่ยวกับเรื่องของการตั้ง “งบประมาณในการทำโฆษณา Facebook” คือคุณต้องเข้าใจแบบนี้ก่อนนะครับ ว่าเราสามารถใช้เงิน(งบโฆษณา) ที่มีอยู่แบบไหนได้บ้าง?

การกำหนดงบประมาณรายวัน งบประมาณตลอดอายุการใช้งาน facebook ads

ก่อนอื่นลองดูที่รูปด้านบนครับ

ภายใต้เมนู “งบประมาณและการกำหนดเวลา (Budget & schedule)” Facebook เค้าจะมีทางเลือกให้เราเลือกใช้งบประมาณอยู่ 2 ทางเลือก ระหว่าง “Daily Budget” และ “Lifetime Budget” โดยวันนี้ผมจะพาพวกเราไปดูกันว่า แต่ละทางเลือกเค้าใช้เงินของเราไปยังไง? 

 

1. งบประมาณต่อวัน (Daily Budgets)

ทางเลือกนี้จะเป็นการกำหนดว่า “ในแต่ละวัน” เราต้องการให้ Facebook ใช้เงินกับแคมเปญหรือชุดโฆษณา “เฉลี่ยวันละไม่เกินเท่าไหร่” 

การตั้งงบ การกำหนดงบประมาณแบบรายวัน facebook ads

โดยเราสามารถใส่งบที่ต้องการลงไปในช่องได้เลยครับ สมมติว่าผมใส่งบเฉลี่ยไป 100 บาทต่อวัน Facebook เค้าก็จะพยายามสร้างผลลัพธ์ตามวัตถุประสงค์ในการทำโฆษณา (ตามที่คุณเลือก) ให้ได้มากที่สุดภายใต้งบประมาณที่เราตั้งไว้ ซึ่งถ้าบางวันเค้าเจอโอกาสที่จะให้เราได้ผลลัพธ์ที่ดีมากๆ วันนั้นเค้าอาจะใช้เงินเกินงบต่อวันที่เราตั้งไว้ได้ (เต็มที่ไม่เกิน 25% จากงบที่ตั้งไว้) เช่น บางวันเค้าอาจะใช้งบเกิน 100 บาท แต่จะไม่เกิน 125 บาท เป็นต้น

ตรงนี้อ่านแล้วแต่ไม่ต้องกังวลนะครับ ว่าเค้าจะใช้เงินของเราเกินไปจนบานปลาย เพราะเค้าเขียนไว้ชัดเจนเลยว่า งบประมาณต่อสัปดาห์ (วันอาทิตย์ถึงวันเสาร์) จะไม่มีทางเกินงบที่เราตั้งไว้ แปลว่า ในหนึ่งสัปดาห์ ถ้ามีวันที่เค้าใช้เงินเกิน เค้าก็จะใช้เงินน้อยลงในวันอื่นๆ ให้สุดท้ายแล้ว งบเฉลี่ยต่อวันใกล้เคียงกับที่เราตั้งไว้ อย่างในกรณีนี้ ด่านล่างเค้าจะระบุไว้เลยว่า “คุณจะใช้จ่ายไม่เกิน 700 บาท ต่อสัปดาห์” (100 บาท x 7 วัน) ซึ่งถ้ามีวันไหนใช้ 120 บาท อีกวันเค้าอาจจะใช้แค่ 80 บาท เพื่อทั้งสัปดาห์ให้ต้นทุนเฉลี่ยในแต่ละวันไม่เกิน 100 บาทตามที่เรากำหนดไว้ เป็นต้น

นอกจากนี้ เค้ายังให้เราสามารถเลือกการกำหนดเวลาได้ 2 แบบ ว่าจะใช้งบต่อวันแบบนี้ไปเรื่อยๆ (จนกว่าเราจะมากดหยุดเอง) หรือ จะกำหนดวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดเอาไว้เลยก็ได้ครับ

ข้อดีของ Daily Budgets

ข้อดีที่เห็นได้ชัดของทางเลือกนี้คือ ต้นทุนโฆษณาต่อวันค่อนข้างคงที่ ไม่ผันผวน ซึ่งก็จะง่ายต่อการวางแผนงบประมาณ ง่ายต่อการคิดคำนวนกำไรขาดทุนในแต่ละวัน และง่ายต่อการวางแผนทางการเงิน อีกอย่างคือ เราสามารถหยุดรันโฆษณาเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะงบใช้วันต่อวัน ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการนำส่งโฆษณาในวันอื่นๆ 

ข้อจำกัดของ Daily Budgets

ในบางครั้งเราอาจเสียโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหรือได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ เนื่องจากงบประมาณในแต่ละวันมีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งแม้จะเพิ่มขึ้นได้อีก 25% แต่ก็อาจจะไม่ยืดหยุ่นมากพอที่จะแข่งขันได้อยู่ดี

 

2. งบประมาณตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Budgets)

ทางเลือกนี้เป็นการกำหนดว่า เรามีงบประมาณให้ Facebook ใช้กับแคมเปญหรือชุดโฆษณา “ไม่เกินเท่าไหร่ ภายใต้ระยะเวลาที่กำหนด”

การตั้งงบ การกำหนดงบประมาณแบบตลอดอายุการใช้งาน facebook ads

โดยเค้าจะให้เราใส่งบประมาณรวมที่ต้องการ และต้องกำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดให้ชัดเจน ซึ่ง Facebook อาจจะใช้เงินเราทำโฆษณาในแต่ละวันไม่เท่ากัน เนื่องจากโอกาสในการก่อให้เกิดผลลัพธ์ตามวัตถุประสงค์และประสิทธิภาพของโฆษณาในแต่ละวันไม่เหมือนกัน วันไหนที่มีโอกาสที่จะก่อให้เกิดผลลัพธ์มาก ระบบก็อาจใช้เงินมากหน่อย วันไหนมีโอกาสน้อย ระบบก็อาจใช้เงินน้อย เผื่อเงินเอาไปใช้ในวันที่ดีกว่า พอใกล้สิ้นสุดอายุการทำงานของชุดโฆษณา ก็จะใช้เงินเกือบหมดพอดี

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีงบรวม 1,000 บาท ลงชุดโฆษณาเป็นเวลา 5 วัน 2 วันแรก ระบบอาจใช้เงินวันละ 200 บาท วันที่ 3 โอกาสที่จะสร้างผลลัพธ์มีเยอะมาก ระบบอาจใช้เงินถึง 400 บาท วันที่ 4 โอกาสไม่ค่อยดี อาจจะใช้เงินแค่ 50 บาท และวันที่ 5 ใช้เงินอีก 150 บาท เป็นต้น

ข้อดีของ Lifetime Budgets

มีความยืดหยุ่นในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและสร้างผลลัพธ์ตามวัตุประสงค์ เนื่องจากเราเปิดช่องให้ระบบค้นหาโอกาสที่ดีที่สุดให้เราโดยไม่ได้ไปจำกัดเพดานงบที่เค้าจะใช้ได้ในแต่ละวัน วันไหนดีก็ใช้เงินเยอะ วันไหนไม่ดีก็ใช้เงินน้อย

ข้อดีอีกอย่างของทางเลือกนี้คือ เราสามารถกำหนดเพิ่มเติมได้ว่าจะให้ชุดโฆษณาของเรารันวันไหน เวลาไหนบ้าง ซึ่งจะเป็นประโยชน์หากเราเข้าใจพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดีว่าควรเข้าถึงเค้าเวลาไหนถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

การกำหนดเวลาแสดงโฆษณา facebook ads

อย่างในตัวอย่าง กำหนดให้โฆษณารันโฆษณาเวลา 18.00-24.00 เกือบทุกวัน เพราะรู้ว่าเป็นเวลาที่กลุ่มเป้าหมายกลับถึงบ้านและมีเวลาว่าง แต่ยกเว้น วันศุกร์ เพราะเรารู้ว่า Lifestyle ของกลุ่มเป้าหมายมีแนวโน้มว่าจะออกไปปาร์ตี้จนไม่มีเวลามานั่งดูโฆษณาของเรา ก็เลยเลือกที่จะไม่ลงโฆษณาในวันนี้ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขต่างๆ เหล่านี้ ต้องใส่ด้วยความระมัดระวัง เพราะต้องไม่ลืมว่า ยิ่งเราใส่เงื่อนไขเข้าไปมากเท่าไหร่ ก็เป็นการบีบให้ระบบทำงานยากขึ้น ต้นทุนโฆษณาของเราก็อาจแพงขึ้นได้ หากไม่แน่ใจจริงๆ ว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในช่วงเวลานั้น การปล่อยให้ระบบทำงานโดยอิสระก็อาจให้ต้นทุนและผลลัพธ์ที่ดีกว่า ซึ่งเรื่องพวกนี้ ต้องลองทดสอบเปรียบเทียบกันดูถึงจะรู้ว่าเลือกแบบไหนดีกว่ากันครับ

ข้อจำกัดของ Lifetime Budgets

เนื่องจากเราปล่อยให้ระบบค้นหาโอกาสในการสร้างผลลัพธ์อย่างอิสระ ทำให้งบประมาณทีใช้ไปในแต่ละวันอาจค่อนข้างผันผวน ทำให้บางครั้งยากต่อการวางแผนครับ

แล้วเราควรเลือกกำหนดงบประมาณแบบไหนดี?

เช่นเดียวกันกับเรื่องอื่นๆ คือ “มันไม่มีคำตอบตายตัวครับ” ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และวัตถุประสงค์ในการลงโฆษณาของเรา

ถ้าเราต้องการวางแผนแบบวันต่อวัน แบบอยากรู้ไปเลยว่าต้นทุนต่อวันเฉลี่ยเท่านี้ จะขายได้เท่าไหร่ ได้กำไรเท่าไหร่ การกำหนดงบแบบ Daily Budgets ก็อาจจะเหมาะ

หรือ หากเรามีงบประมาณอยู่ก้อนนึงต่อเดือน และไม่ได้แคร์ว่างบต่อวันจะใช้ไปเท่าไหร่ แต่สุดท้ายเมื่อจบเดือนขอให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการก็พอ การกำหนดงบแบบ Lifetime Budgets ก็อาจเป็นทางเลือกที่ใช่

หรือถ้าหากคุณรู้ตัวว่า โฆษณาของคุณจะต้องมีการเข้ามาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ การกำหนดงบแบบ Daily Budgets ก็อาจจะเหมาะกว่า เพราะมันรันจบวันต่อวัน ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงมากกว่า

ซึ่งในทางกลับกัน หากเรารู้ว่าเราสามารถปล่อยให้โฆษณารันต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนครบเวลาได้โดยไม่ต้องไปเปลี่ยนแปลงอะไร แถมอยากกำหนดช่วงเวลาที่โฆษณาแสดงผลด้วย แบบนี้การกำหนดแบบ Lifetime ก็ดูจะเหมาะสมกับการใช้งานของคุณมากกว่า

จากตัวอย่างข้างต้น จะเห็นได้ว่า การที่เราจะกำหนดงบประมาณแบบไหนนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง แตกต่างกันไปตามแต่ละธุรกิจ รวมถึงแตกต่างกันไปตามความต้องการและประสบการณ์ของผู้ลงโฆษณาด้วย

ซึ่งถ้าอยากรู้จริงๆว่า สำหรับแคมเปญหรือชุดโฆษณาของเรา การเลือกกำหนดงบแบบไหนมันดีกว่ากัน ก็กลับไปที่จุดเดิมเลยครับ คือ ต้องลอง “ทดสอบ” และวิเคราะห์ผลลัพธ์ดู เผลอๆ อาจดีทั้งคู่เลยก็ได้นะครับ ^^

มีประโยชน์ฝากช่วยแชร์ด้วยนะครับ #MaxideaStudio

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on email
Email

ประชาสัมพันธ์

สำหรับท่านใดที่อ่านบทความนี้แล้ว สนใจเรียนรู้เกี่ยวกับการทำโฆษณา Facebook Ads ต้องการพัฒนาความสามารถในการใช้โฆษณาเฟสบุคเพื่อเพิ่มยอดขาย และ สร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง ทางเรามีคลาสสอนทำโฆษณาเฟสบุ๊ค  “แบบกรุ๊ปขนาดเล็ก” เนื้อหาอัดแน่นตลอด 2 วันเต็ม

รอบการสอนถัดไป

•   วันอังคาร – พุธ ที่ 30-31 กรกฏาคม 2562
•   เรียนกลุ่มละ 20 คน (เหลือ 12 ที่นั่ง)
•   สถานที่เรียน : Maxidea Co-Playing Space (ซอยลาดพร้าว 71)