โฆษณาไม่ผ่าน! ปัญหาโลกแตกที่จัดการได้ แค่เข้าใจ “AD POLICY”  ของ Facebook

in
โฆษณาไม่ผ่าน! ปัญหาโลกแตกที่จัดการได้ แค่เข้าใจ “AD POLICY”  ของ Facebook

หลายท่านที่ลงโฆษณาใน Facebook หรือ IG
น่าจะเคยประสบปัญหา
โฆษณาไม่ได้รับการอนุมัติกันอยู่บ่อยๆ

จนบางครั้งก็งง
ว่าเราไปทำผิดทำพลาดตรงไหน
ทำไมมันถึงไม่ผ่านซักที?

จริงๆ เหตุผลไม่ได้มีอะไรซับซ้อนครับ
สาเหตุที่ทำให้โฆษณาของเราไม่ผ่าน
เกิดมาจากการที่เราทำผิด
“นโยบายการโฆษณา” 
ของ Facebook เค้านั่นเอง

วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปแก้ไขที่ต้นเหตุครับ
ไปดูนโยบายการลงโฆษณากันว่า
หลักๆ เค้าห้ามอะไรบ้าง
แนะนำ / ไม่แนะนำอะไรบ้าง
เราจะได้ทำให้ถูกแต่แรก
และหลีกเลี่ยงการต้องมานั่งปวดหัว
แก้ไขโฆษณากันทีหลังครับ

ซึ่งในบทความนี้ผมจะพูดถึง
นโยบายในการลงโฆษณาอยู่3ส่วนหลักๆ
ที่ส่วนใหญ่หลายๆคนจะมีปัญหา
เอามาสรุปให้ดังนี้นะครับ

1. นโยบายเกี่ยวกับ “เนื้อหา” ของโฆษณา

1.1 ห้ามกล่าวถึง “ลักษณะเฉพาะส่วนบุคคล”
(Personal Characteristics)

คอนเทนต์ของคุณไม่ควรเขียน
เฉพาะเจาะจงถึงลักษณะเฉพาะส่วนบุคคล

เช่น ห้ามเขียนระบุถึง
ชื่อ / อายุ / เชื้อชาติ / ชาติพันธุ์ / ศาสนา
รสนิยมทางเพศ / เพศสภาพ /
ความไม่สมบูรณ์หรือบกพร่อง
ทางร่างกายหรือจิตใจ /
ความทุพพลภาพหรือภาวะทางการแพทย์ /
ฐานะทางการเงิน เป็นต้น

เช่น

“ดำแต่กำเนิดแบบคุณ” ใครว่าจะขาวไม่ได้?

แบบนี้มีโอกาส Ad ไม่ผ่านสูง
เพราะเขียนทำนองว่า
คุณรู้ว่าคนที่อ่าน
มีสีผิวแบบไหนตั้งแต่เกิด
และเหมือนพูดไปถึงชาติพันธุ์
หรือ ลักษณะเฉพาะทางร่างกายในทางลบ

พูดง่ายๆ คือ
ให้เราพยายามเขียนกล่าวถึงโดยทั่วไป
อย่าไปเฉพาะเจาะจงถึงรายบุคคล

เช่น

ควรใช้คำว่า “ช่วงวัยรุ่น”
แทนที่จะใช้คำว่า “ช่วงวัย 18-24 ปี”

หรือ

ใช้ประโยคว่า “นี่คือการรักษาโรคเบาหวานแบบใหม่”
แทนที่จะใช้ประโยคที่ว่า “คุณเป็นโรคเบาหวานใช่มั้ย” เป็นต้น

1.2 ห้ามใช้คำหยาบคาย
(Vulgar language)

อันนี้แน่นอนครับว่าคอนเทนต์โฆษณา
ห้ามใช้คำหยาบคายทั้งหลายทั้งปวง
ซึ่งตรงนี้รวมไปถึง
คำพูดดูหมิ่น / ดูถูก /
คำพูดที่ทำให้ไม่น่าพอใจ
หรือคำพูดในเชิงกลั่นแกล้ง
พวกนี้ก็ใช้ไม่ได้นะครับ

1.3 ห้ามอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง
(Deceptive claims)

เนื้อหาโฆษณาของคุณ
จะต้องไม่กล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริง
หลอกลวง / ต้มตุ๋น
หรือกล่าวอ้างถึงผลลัพธ์ที่ได้มา
ง่ายหรือรวดเร็วเกินไป

เช่น หน้าขาวใสถาวรในชั่วข้ามคืน , รวยได้แบบไม่ต้องลงทุน

จำง่ายๆแบบนี้ก็ได้ครับ
เนื้อหาในการโฆษณาของคุณ
ควรมีความโปร่งใส
ดูมีความเป็นไปได้
และควรพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริง

1.4 นโยบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Landing page

Landing page ก็คือลิงก์ปลายทาง
ที่โฆษณาของคุณนำพาผู้รับสารไป
โดยอาจจะเป็น website / one page / canvas
พวกนี้นับเป็น landing page ทั้งหมด

ซึ่งการที่คุณนำพาคนไปยังเพจเหล่านี้
คุณต้องแน่ใจว่าเพจของคุณ
ทำตามคำแนะนำของ facebook ด้วยนะครับ

โดย Landing page ของคุณ
ควรมีลักษณะดังต่อไปนี้

– ใช้ได้กับทุก browser
คุณไม่สามารถนำพาคนไปยังลิงก์ที่กำลังสร้าง
หรือ error pages ได้
เพราะฉะนั้นอย่าลืมเช็ก URL
ของคุณให้ดีๆ นะครับ

– ไม่ถูกติดธงลบโดย “Web of Trust”
ซึ่งเป็น website ที่ให้บริการ
รีวิวความปลอดภัยในการเข้า website

– ไม่มีการให้คนดาวน์โหลด
แอปหรือโปรแกรมนู่นนี่เพิ่ม
ในการเข้าถึงคอนเทนต์

– ไม่มีการให้คนคลิกโฆษณาซ้ำซ้อน
ในการเข้าถึงคอนเทนต์

– ไม่หลอกล่อให้คนคลิกโฆษณา
โดยใช้รูปภาพหรือคำ
ที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาของ landing page
เช่น รูปภาพน่ากลัว ประหลาด หรือชี้นำทางเพศ

– ไม่มีสินค้าหรือบริการต้องห้าม
ที่ผิดนโยบายของ Facebook

– นำเสนอคอนเทนต์ที่เข้าถึงง่าย โปร่งใส

– เนื้อหาใน landing page
ควรสอดคล้องกับ Ad ไม่ใช่เป็นคนละเรื่องกัน

1.5 เนื้อหาต้องห้าม

Facebook เค้ามีเนื้อหาที่ห้ามโฆษณา
อยู่หลายรายการ ซึ่งผมจะรวมตัวหลักๆ ไว้ในข้อนี้นะครับ เช่น

– ผลิตภัณฑ์หรือบริการผิดกฎหมาย
– การขายหรือการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบ
และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
– การขายหรือการใช้ยาเสพติด
และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
– ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ไม่ปลอดภัย
เช่น สารอนาโบลิคสเตียรอยด์ / ไคโตซาน /
คอมเฟรย์ / อีเฟรดา และฮอร์โมนเพื่อการเจริญเติบโต เป็นต้น
– การขายหรือใช้อาวุธ กระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด
– เนื้อหาที่ฝ่าฝืนหรือละเมิดสิทธิ์ของบุคคลที่สาม
รวมไปถึงลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า และความเป็นส่วนตัว
– เอกสารเท็จ
– การหลีกเลี่ยงการตรวจพิจารณาโฆษณา
หรือพยายามปลอมแปลงเนื้อหา
หรือ landing page ของโฆษณา

กรณีสินค้าจำพวกบุหรี่หรืออาวุธ
อาจตั้งเป็นกลุ่มของคนที่สนใจของเหล่านี้ได้
แต่ห้ามแสดงความตั้งใจที่จะขายครับ

2. นโยบายเกี่ยวกับงาน “Creative” ของโฆษณา
เช่น รูปภาพ VDO งานกราฟิก

2.1 ห้ามมีปุ่มหลอก (Misleading buttons)

รูปภาพห้ามแสดงฟังก์ชั่นการทำงานที่ไม่มีอยู่จริง
เช่น ห้ามมีปุ่มบนภาพที่ทำให้เข้าใจผิดว่า
เป็นปุ่มกดเล่น VDO (ทั้งที่ไม่มี VDO ให้เล่น)
หรือมีสัญลักษณ์การแจ้งเตือน
หรือกล่องกาเครื่องหมาย
ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อหลอกล่อให้คนคลิก

2.2. ข้อกำหนดเกี่ยวกับข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล

ในสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ
หรืองาน creative ที่มีคนอยู่ในภาพ
ห้ามใช้รูป Before-After
หรือรูปที่โชว์ผลลัพธ์เกินจริง

อย่างรูปโฆษณาอาหารเสริมลดน้ำหนัก
ที่โชว์ภาพนึงเป็นคนอ้วน
ภาพนึงเป็นคนผอมเปรียบเทียบกัน
แบบนี้มีโอกาสที่ Ad จะไม่ผ่านสูงมากครับ

2.3 ห้ามชี้นำทางเพศ
(Sexually suggestive)

รูปที่ใช้โฆษณาจะต้องไม่โป๊ / เปลือย
โชว์ผิวหนังมากจนเกินไป
หรือชวนให้นึกถึงเรื่องอนาจาร
รวมถึงต้องไม่จงใจ โฟกัสเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย
เช่น เห็นแค่หน้าอก / กล้ามท้อง / สะโพก

เคสนี้เอาตรงๆ บางทีเห็นแค่ดวงตา
ที่ไม่ได้สื่อไปทางเพศ บางทีก็ยังไม่ผ่านเลยนะครับ

2.4 ห้ามใช้รูปที่ทำให้รู้สึกหวาดกลัวหรือตกใจ
(Shock and scare tactics)

รูปที่ใช้ต้องไม่ทำให้ผู้รับสารตกใจกลัว
หรือเห็นแล้วรู้สึกไม่ดี

เช่น รูปที่มีเลือดโชก รูปเอาปืนจ่อมาทางผู้รับสาร
รูปที่ดูแล้วน่าขยะแขยง เป็นต้น

2.5 ห้ามใช้ Brand assets ของ Facebook/IG
ที่แตกต่างจากต้นฉบับ หรือหมดอายุแล้ว

Brand assets ของ facebook หรือ IG
อย่างพวก โลโก้ / ชื่อ / ไอคอนต่างๆ
Facebook เค้าอนุญาตให้เรานำไปใส่
บนรูปหรืองานครีเอทีฟของเราได้นะครับ

แต่เราต้องใช้ asset เวอร์ชั่นล่าสุดของเค้า
ตัวที่เค้าเลิกใช้แล้วเราไม่สามารถใช้ได้นะครับ

รวมถึงห้ามนำ asset เหล่านี้ของเค้า
ไปดัดแปลงให้ต่างจากของเดิม
เช่น เปลี่ยนสี เปลี่ยนพื้น เปลี่ยนไอคอน
แบบนี้ก็ไม่ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ เราห้ามใช้ asset ของเค้า
ในความหมายที่จะบอกว่า
เราเป็น partner กับ facebook อีกด้วย

2.6 ตัวอักษรบนภาพห้ามเกิน 20%
(Text penalty)

Facebook เค้าแนะนำว่า
Ad ของคุณควรจะมีตัวอักษรบนภาพ
น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

โดยเค้ามีนโยบายระบุเลยว่า
ตัวอักษรห้ามเกิน 20% ของภาพโฆษณา
ถ้าเกินนี้ โฆษณาของคุณ
มีโอกาสที่จะไม่ผ่าน หรือถูกนำส่งน้อยลง

ซึ่งตรงนี้คุณสามารถเช็กได้นะครับ
ว่ารูปโฆษณาของคุณมีตัวอักษรเกินรึเปล่า
โดยใช้ text overlay tool ตามลิงก์นี้ครับ
www.facebook.com/ads/tools/text_overlay

เรื่องข้อกำหนดของตัวอักษรบนภาพ
อาจได้รับการยกเว้น
ในกรณีที่ในภาพนั้นมี
สิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบ เช่น
ปกหนังสือ / ปกอัลบั้ม / หนังสือพิมพ์
โปสเตอร์งานกิจกรรม / โปสเตอร์ภาพยนตร์ /
แผนภูมิและกราฟ หรือ ข้อกำหนดและเงื่อนไขของสินค้า เป็นต้น

ในกรณีรูปภาพสินค้าผลิตภัณฑ์
จะต้องแสดงให้เห็นผลิตภัณฑ์ทั้งชิ้น
ไม่อนุญาตให้ซูมเฉพาะภาพโลโก้นะครับ

เพราะฉะนั้นเข้าใจง่ายๆแบบนี้เลยนะครับ
โลโก้ที่มีข้อความ ภาพลายน้ำของแบรนด์ และตัวเลข
พวกนี้เค้าจะนับเป็นตัวอักษรหมดครับ

คราวนี้สิ่งที่หลายคนสงสัยก็คือ
“เวลาตรวจจับตัวหนังสือระบบใช้วิธีคิดแบบไหน”

ถ้า Content โฆษณานั้นๆ
“อยู่ในลักษณะที่มีหลายๆรูปรวมกัน”

อธิบายง่ายๆตามนี้เลยนะครับ
เวลาระบบเค้าตรวจจับ เค้าจะตรวจเป็นภาพๆ ไป

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าโฆณาแบบภาพสไลด์ (Carousel)
ระบบก็จะตรวจข้อความในแต่ละการ์ดแยกจากกัน
ถ้าเป็น VDO ระบบก็จะตรวจจากภาพขนาดย่อของวิดีโอ เป็นต้น

3. การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย

ในส่วนของการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย
เค้าจะมีนโยบายเฉพาะ
สำหรับสินค้า/บริการบางประเภท เช่น

– เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ต้องตั้งกลุ่มเป้าหมายให้สอดคล้องกับ
กฎหมายของประเทศที่เรายิงโฆษณาไป
ถ้ายิงไปหลายประเทศ
ให้ยึดอายุสูงสุดที่เค้าอนุญาต
ให้ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้

– ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ
เช่น วิตามิน / อาหารเสริม /
การควบคุมอาหาร / การลดน้ำหนัก
ต้องกำหนดเป้าหมายไปยัง
กลุ่มคนที่อายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น

.

และนี่ก็คือนโยบายการโฆษณาหลักๆ
สำหรับผู้ลงโฆษณาบน Facebook / IG ครับ

ผมแนะนำว่าเราควรพยายามสร้างโฆษณา
ที่สอดคล้องกับนโยบายของเค้าตั้งแต่ต้น
จะดีกว่าต้องมานั่งแก้ไขทีหลังนะครับ

สำหรับท่านใด
ที่โฆษณาไม่ผ่านบ่อยๆ
ลองพิจารณาดูนะครับว่า
เราทำผิดนโยบายข้อไหนรึเปล่า

หรือหากคุณแน่ใจจริงๆ ว่า
เราไม่ได้ทำผิดข้อไหนเลย
แต่ก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติอยู่ดี

เราสามารถส่งเรื่องร้องแย้ง
ไปยัง Facebook ได้นะครับ
เค้าจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลตรงส่วนนี้ให้เราอีกที
ซึ่งถ้าเราทำถูกต้อง
“การร้องแย้งก็มักจะผ่านการพิจารณาครับ”

ยังไงฝากเรื่องนี้ไว้เตือนตัวเองนะครับ
ทุกๆครั้งก่อนการสร้างโฆษณา
ทำให้ถูกซะตั้งแต่แรก
จะลดเรื่องปวดหัวได้เยอะเลย

#MaxideaStudio
#มีประโยชน์ฝากช่วยแชร์ด้วยนะครับ