เขียนบทความ SEO อย่างไร คิดคอนเทนต์แบบไหนให้โดดเด่นและแตกต่าง

in ,
เขียนบทความ SEO อย่างไร คิดคอนเทนต์แบบไหนให้โดดเด่นและแตกต่าง

ในปัจจุบันทักษะการเขียนแบบ Storytelling นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเป็นการเขียนที่ต้องใช้ทักษะการเขียนชั้นสูงที่เน้นการเขียนแบบใช้ประสบการณ์หรือความรู้ของผู้เขียนที่มีและถ่ายทอดออกมาผ่านตัวอักษร และเมื่อคนอ่านมาอ่านก็จะสามารถรับรู้ เข้าใจอารมณ์และสิ่งที่ผู้เขียนสื่อสารออกมาได้ ซึ่งการทำ SEO ก็เช่นเดียวกัน การที่เราจะเขียนคอนเทนต์เพื่อ SEO ก็เป็นการเขียนแบบใช้ทักษะ Storytelling เพื่อเรียงร้อยเรื่องราวที่นอกจากจะต้องเขียนให้ Google ชื่นชอบแล้วยังต้องดึงดูดใจผู้อ่านให้สามารถอ่านบทความที่เราเขียนไว้ตั้งแต่ต้นจนจบโดยที่ไม่เข้ามาปุ๊บแล้วกดออก วันนี้เราจึงมีเทคนิคการเขียน+คิดคอนเทนต์เพื่อ SEO ที่ทั้งถูกต้องตามหลัก SEO และถูกใจคนอ่านด้วยมาฝากครับ

 

เขียนบทความ SEO อย่างไร คิดคอนเทนต์แบบไหนให้โดดเด่นและแตกต่าง

เขียนบทความ SEO อย่างไร คิดคอนเทนต์แบบไหนดี

หัวใจหลักของการทำ SEO คือการเขียนคอนเทนต์ที่ดึงดูดความสนใจผู้อ่าน ดังนั้นผู้เขียนคอนเทนต์นั้นควรจะมีทักษะการเขียนมาระดับหนึ่งแล้ว ควรจะมีความเชี่ยวชาญในการสรุปเนื้อหา การจัดวางและเรียงเนื้อหาเป็นอย่างดี แล้วควรยึดตามหลักดังนี้

1.รู้วัตถุประสงค์ในการเขียนว่า “เขียนเพื่ออะไร?”

จริงอยู่ว่าการเขียน SEO นั้นเป็นการเขียนเพื่อวัตถุประสงค์หลักคือการเขียนเพื่อติดอันดับบน Google Search แต่ไม่ควรลืมหลักสำคัญของเราว่า วัตถุประสงค์หลักของการเขียนบทความนี้นั้นถูกใช้ทำอะไร? โดยเฉพาะ เพื่อให้ความรู้-ข้อมูลเฉย ๆ หรือเพื่อโปรโมทสินค้า/บริการ หรือรีวิว การรู้ว่าการเขียนนี้เกิดมาเพื่ออะไรจะช่วยให้เรากำหนดขอบเขตงานเขียน และกำหนด Keywords ได้ง่ายขึ้น

2.รู้ว่าเขียนให้ใครอ่าน

ข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญมาก เพราะการเขียนที่ดีนั้นไม่ใช่การเขียนไปเรื่อย ๆ แต่เราต้องนึกหน้าของคนอ่านคอนเทนต์เราด้วยว่าเขาเป็นใคร ชอบอะไรและสนใจด้านไหนอยู่ เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปคิดคอนเทนต์ต่อว่า เราควรจะสร้างสรรค์ผลงานแบบไหนออกมาให้ตรงกับความสนใจของผู้อ่านได้ดี

3.เขียนให้เป็นธรรมชาติ

ข้อดีของการเขียนบทความที่มีความเป็นธรรมชาติจะช่วยให้ผู้อ่านรู้สึกผ่อนคลาย และสามารถเข้าใจเรื่องราวที่ผู้เขียนต้องการสื่อสารได้ง่าย และเทคนิคการเขียน ทักษะการเลือกใช้คำนั้นนักเขียนแต่ละคนจะมีลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละคนที่ช่วยถ่ายทอดความเป็นตัวตนของตัวเองลงไปได้ ดังนั้นหากคุณสามารถหาลายเส้นของตัวเองได้ก็จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจและรู้จักคุณมากขึ้นผ่านตัวอักษรที่คุณเขียน

4.เน้นใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย

คุณเคยอ่านบทความที่ทั้งบทความมีแต่ศัพท์เฉพาะมากมาย และมีแต่เรื่องซับซ้อนเข้าใจยากหรือไม่? และเมื่อคุณอ่านไม่เข้าใจสิ่งที่ตามมาก็คือการกดออกไปหาบทความที่อ่านง่ายกว่า … ฉันใดก็ฉันนั้น หากคุณเป็นผู้เขียนจะต้องมีทักษะในการเล่าเรื่องยากให้เป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย และไม่ใช้ศัพท์เฉพาะมากจนเกินไป ซึ่งถึงแม้ว่าจะจริงอยู่ที่ การใช้ศัพท์เฉพาะในการเล่าเรื่องนั้นจะช่วยทำให้คุณดูมีความรู้ที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้สูงมาก แต่ถ้าคนอ่านไม่เข้าใจก็อาจจะทำให้กดออกไปได้

** ตรงนี้มีดอกจันเพิ่มเติมนิดหน่อยว่า ขึ้นอยู่กับระดับของความรู้พื้นฐานของกลุ่มเป้าหมายที่คุณต้องการจะสื่อสารด้วย เพราะในกรณีที่กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ของคุณเป็นคนที่มีความรู้ขั้นพื้นฐานที่สามารถเข้าใจสิ่งที่คุณเขียนอยู่แล้ว คุณก็สามารถเขียนบทความที่มีศัพท์เฉพาะได้ แต่ถ้าในกรณีที่กลุ่มเป้าหมายที่อ่านงานของคุณส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เพิ่งศึกษาหรือไม่มีความรู้พื้นฐานเลย คุณก็อาจจะต้องเขียนให้เข้าใจง่ายหน่อย

5.ติดตามกระแสโซเชียลและกระแสสังคม

อะไรที่เป็นกระแสหรือไวรัลมักจะเป็นที่สนใจในโลกโซเชียลมีเดีย ดังนั้นหากเราเขียนบทความหรือคิดคอนเทนต์ที่อิงกับกระแสช่วงนั้นก็จะช่วยให้บทความของคุณที่เขียนได้รับความนิยมได้ ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงที่เรือบรรทุกสินค้าเอเวอร์กิฟเวน (Ever Given) ติดที่คลองสุเอซ ตอนนั้นมีอัตราการค้นหาเกี่ยวกับเรื่องนี้สูงมาก เนื่องจากเป็นสิ่งที่คนทั้งโลกจับตามองนั่นเอง

6.ดูคู่แข่ง

คำกล่าวของซุนวูว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” หากคุณต้องการขึ้นอันดับต้น ควรจะศึกษาคอนเทนต์คู่แข่งว่า ตอนนี้เขาเขียนเรื่องอะไร และมีความโดดเด่นเรื่องอะไร เพื่อคุณจะได้นำมาปรับปรุงกับคอนเทนต์ของคุณให้ดีมากขึ้น นอกจากนี้คอนเทนต์ที่มีการปรับปรุงอยู่เสมอยังทำให้เป็นที่ชื่นชอบของ Google มากขึ้นอีกด้วย

7. หาข้อมูลใหม่ ๆ เสมอ

สิ่งสำคัญที่นักเขียนควรมีคือ การศึกษาหาข้อมูลใหม่ ๆ อยู่เสมอ เนื่องจากข้อมูลใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นมาจะช่วยให้คิดหัวข้อใหม่ ๆ ได้ดี และการที่เรานำเสนอเนื้อหาใหม่ก่อนเป็นคนแรก ๆ ก็ช่วยเพิ่มโอกาสให้คอนเทนต์ของเราติดอันดับได้ดีมากขึ้น

สรุป

การคิดคอนเทนต์ที่ดีและมีคนอ่านเยอะ ๆ นั้นจำเป็นที่จะต้องทราบก่อนว่า เราเขียนเพื่อจุดประสงค์อะไร? และกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการเขียนให้อ่านนั้นเป็นคนแบบไหน เมื่อคุณกำหนด 2 อย่างนี้ได้แล้วก็จะช่วยให้การกำหนดทิศทางของคอนเทนต์เป็นไปได้ดีมากขึ้น นอกจากนี้ยังควรจะมีทักษะการเขียนที่เขียนแบบเป็นธรรมชาติ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายหรือมีระดับเดียวกับความรู้ของผู้อ่าน ต้องหาความรู้ใหม่ ๆ เพิ่มพูนอยู่เสมอ เพื่อจะได้เป็นลู่ทางในการคิดหัวข้อใหม่ ๆ และต้องไม่ลืมดูคู่แข่งอยู่เสมอเพื่อจะได้นำมาปรับปรุงคอนเทนต์ของเราให้มีความสมบูรณ์ที่สุด